2007/Sep/10

เปปไทด์มี a-amino group ที่เป็นอิสระเพียง 1 ตัว และก็มี a-carboxyl group ที่เป็นอิสระเพียง 1 ตัวเช่นเดียวกัน โดยทั้งสองหมู่ที่เป็นอิสระดังกล่าวอยู่ที่ปลายแต่ละด้านของเปปไทด์ หมู่เคมีที่ปลายทั้งสองนี้สามารถแตกตัวได้เช่นเดียวกับที่แตกตัวในกรดอะมิโนอิสระ แม้ว่า ionization constant จะต่างกันก็ตาม นั่นเป็นเพราะในเปปไทด์ ที่ a-carbon ไม่มีหมู่ที่มีประจุตรงข้ามกัน a-amino group และ a-carboxyl group ของกรดอะมิโนหน่วยอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ตรงปลาย ถูกเชื่อมต่อกันอยู่ด้วยพันธะเปปไทด์และไม่สามารถแตกตัวได้ และนั่นทำให้ a-amino และ a-carboxyl group เหล่านั้นไม่ส่งผลใดๆเลยต่อความเป็นกรด-เบสของเปปไทด์

อย่างไรก็ตาม หมู่ R ของกรดอะมิโนบางตัวสามารถแตกตัวได้เช่นกัน และหมู่ R ที่แตกตัวได้เหล่านี้จะทำให้เกิดความเป็นกรด-เบสของโมเลกุล ดังนั้น เราสามารถทำนายพฤติกรรมการเป็นกรด-เบสของเปปไทด์ จาก a-amino group และ a-carboxylgroup ที่เป็นอิสระ และจากธรรมชาติและจำนวนของหมู่ R ที่สามารถแตกตัวได้ เช่นเดียวกับในกรณีของกรดอะมิโนอิสระ เปปไทด์มี titration curve ที่มีลักษณะเฉพาะตัว และมี isoelectric pH (pI) ซึ่งเป็น pH ที่เปปไทด์นั้นๆ จะมี่เคลื่อนที่ไปไหนในสนามไฟฟ้า คุณสมบัติดังกล่าวนี้ถูกนำไปใช้ในเทคนิคการแยกเปปไทด์หรือโปรตีนออกจากกันได้อย่างเป็นประโยชน์มากทีเดียว

Alanylglutamylglycyllysine tetrapeptide ชนิดนี้ มี a-amino group อิสระ 1 หมู่ มี a-carboxyl group อิสระ 1 หมู่เช่นเดียวกัน และมีหมู่ R ที่แตกตัวได้ที่ pH 7.0 อยู่ 2 หมู่ (หมู่เคมีที่แตกตัวได้ในรูปนี้ใช้ตัวอักษรสีแดง)

Comment

Comment:

Tweet